TRENDING

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561

เที่ยวญี่ปุ่น 2018 แฟมิลี่ทริปครับผม วันที่ 3


ตามกำหนดการแล้ว วันนี้จะเป็นวันที่เราจะไปเที่ยวตามวัด วัด วัด แล้วก็วัด มาดูกันว่า TalkaTrip จะพาไปวัดไหนบ้างวันนี้ครับ

- 25 มีนาคม 2561 : เที่ยวญี่ปุ่น 2018 -

วัดแรกที่ไปคือ Hōkoku-ji (วัดโฮโคคุจิ) วัดนี้มีจุดเด่นที่สวนไผ่ครับ



วัดโฮโคคุจิ (Hōkoku-ji) เป็นวัดเก่าแกนิกายเซน เป็นที่รู้จักดีว่าเป็นวัดที่มีสวนไผ่ที่สวยงาม

ค่าเข้าชม: 
แบบธรรมดา 200 เยน 
แบบมีที่นั่งชมสวนไผ่ พร้อมชาเขียวราคา 500 เยน

เวลาเปิด-ปิด: 9.00 - 16.00
















ที่ที่สองที่เราไปก็คือ Tsurugaoka Hachimangū (ศาลเจ้าทสึรุงะโอกะฮาจิมังงู )

บริเวณศาลเจ้าไม่มีค่าเข้า
ส่วนของพิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าอยู่ที่ 200 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 5:00 - 21:00 น.

ช่วงตุลาคม - มีนาคม: 6:00 - 21:00 น.


ศาลเจ้านี้มีประตูแดงตั้งอยู่ใจกลางแยกของถนน ทางเดินเข้าวัดจะต้องข้ามสะพานเล็กๆแล้วจะมาเจอต้นไม้ทรงแปลกๆเหมือนเปลวไฟ ตามทางเดินแน่นอนก็จะต้องมีของขายตามทาง ทายซิว่าโดนอะไรมั้ย ... ดูจากภาพได้เลยครับ













และเนื่องจากตั้งแต่เช้ามานี้ผมยังไม่ได้ดื่มกาแฟเลยสักแก้ว ตอนต้นๆทางเข้าผมแอบเห็นร้านกาแฟอยู่ร้านนึง เลยขอจัดสักหน่อย







เจ้าคุณพ่อกับไอติมของเขา


เมื่อสมาชิกกลับมากันครบแล้ว ก็ถึงเวลามื้อเที่ยงกันล่ะ และด้วยความหิวนั่นเอง ทำให้เราต้องหาอะไรทานในบริเวณนั้น และเราก็มาเจอร้านเล็กๆที่อยู่ในซอย ถามว่าเล็กขนาดไหน เอาเป็นว่าครอบครัวผมเข้าไปก็นั่งกันเต็มร้านแล้วครับ เป็นร้านที่ดูแลด้วยตัวคนเดียวเลย




หลังจากมื้อเที่ยงแสนอร่อย เราก็ยังคงเดินเล่นกันต่อแบบไม่เหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด เอาจริงๆคือ ยังไม่ถึงเวลานัดรถน่ะครับ เลยไม่มีอะไรทำก็ต้องเดินไปเรื่อยๆ เข้าซอยนั้นซอยนี้




ศาลเจ้าถัดมาหลังจากท้องอิ่มก็คือ Sasuke Inari Shrine (ศาลเจ้าซาสุเกะ อินาริ)

ไม่เสียค่าเข้าชม
เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 – 17:00 น.


ศาลเจ้าซาสุเกะ อินาริ หรือ ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงแห่งคามาคูระ เป็นศาลเจ้าในลัทธิดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างลัทธิชินโต










ไปต่อกันที่วัด Kōtoku‐in (วัดโคโตคุอิน)

ค่าเข้าชม: ทั่วไป และนักเรียน (อายุ 13-18) 200 เยน
นักเรียน (อายุ 6-12) 150 เยน
เวลาเปิด-ปิด: เมษายน - กันยายน 8:00 น. - 17. 30 น

เดือนตุลาคมถึงมีนาคม 8:00 น. - 17.00 น.



จัดได้ว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองคามาคุระ (Kamakura) เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าใครก็ต้องถ่ายภาพของพระพุทธรูปไดบุตสึ หรือที่เรียกกันติดปากว่าพระใหญ่ (Daibutsu) จากที่นี่ พระพุทธรูปองค์นี้สูง 13.35 เมตร หนักประมาณ 93 ตัน พระใหญ่ของคามาคุระนั้นนับว่าเป็นองค์พระที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากองค์พระที่วัดโทไดจิ (Todaiji) แห่ง นารา (ซึ่งผมยังไม่เคยไป แปะไว้ก่อนนะ) 

อ่อ วัดนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยด้วยนะ ไม่เชื่อดูรูปด้านล่างนี้ได้เลย










และแล้วก็มาถึงวัดสุดท้ายของทริปนี้แล้วครับ นั่นคือวัด Hase‐dera (วัดฮาเซเดระ)

ค่าเข้าชม : 300 เยน
เวลาเปิด – ปิด : 8:00 – 17:30 น. และ

ในช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ :  8:00 – 17:00 น.



วัดฮาเซเดระ หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า วัดเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิม  11 เศียรที่แกะสลักจากไม้ มีความสูงประมาณ 9.18 เมตร ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเขาไม่ให้ถ่ายรูป 















เป็นอันจบทริปไว้พระสำหรับวันนี้แล้วครับ ส่วนวันพรุ่งนี้จะเป็นวัน Free day ของผม เป็นวันที่ผมแยกเที่ยวกับครอบครัว เนื่องจากผมและภรรยาจะต้องบินกลับประเทศไทยก่อนครอบครัว 1 วัน เพราะไม่อยากลาหลายวันจนเกินไป พรุ่งนี้ผมก็เลยขอแยกออกไปหาซื้อของฝากกลับบ้านครับ

มาดูบทสรุป เที่ยวญี่ปุ่น 2018 แฟมิลี่ทริปครับผม วันที่ 3

Disqus for Talk a Trip

 
Back To Top