TRENDING

อิ่มอร่อย

สถานที่ท่องเที่ยว

รีวิวที่พัก

บันทึกเดินทาง

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เล่นให้เป็นเรื่อง" ออนทัวร์ @The Bright BY เด็กชุ่ย


เดอะไบรท์ พระราม 2 ขอเชิญชวนน้องๆ หนูๆ จูงมือผู้ปกครองมาร่วมสนุกกับกิจกรรม "เล่นให้เป็นเรื่อง" ออนทัวร์ @The Bright BY เด็กชุ่ย  กิจกรรมภายในงาน อาทิ การออก Booth ร้านค้าของเด็กๆ  กว่า 30 ร้านค้า, กิจกรรม Workshop, โชว์การแสดงดนตรีจากน้องๆ, ร่วมฟังเสวนากับศิลปินตัวน้อยในหัวข้อ "ศิลปินน้อยสร้างได้"   และในงานยังจะได้ร่วมรู้จักการการศึกษาทางเลือกในสไตล์ เด็กบ้านเรียน  ระหว่างวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2561 ณ ศูนย์การค้า เดอะไบรท์ พระราม2

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์ กรุณาติดต่อ :
บริษัท แลมป์ตั้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
สุดารัตน์ นามวิเศษ – ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และกิจกรรม
086-105-2336, 094-489-1877
Marketing.thebright@gmail.com


วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Abracadabra ร้านกาแฟเล็กๆสุดอบอุ่น แถวสาทร


แอดมินหญิง: วันนี้จะพาไปลองร้านกาแฟแถวออฟฟิศ
แอดมินชาย: ร้านมีปลั๊กให้รึเปล่า จะไปนั่งทำงานสักชั่วโมง
แอดมินหญิง: ไม่รู้ ไม่เคยไป
แอดมินชาย: .......

ร้านกาแฟที่คุณผู้หญิงพามาวันนี้เป็นร้านกาแฟเล็กๆอยู่บนถนนสาทร ชื่อร้าน Abracadabra เอาจริงๆต้องเป็นคนที่ตั้งใจมากินที่ร้านนี้จริงๆถึงจะหามันเจอนะครับ เพราะด้วยทำเลดูแล้วไม่น่าจะขับรถผ่านแล้วเจอ เนี่ยฮะดูตามแผนที่ด้นล่างนี้ได้เลย



// ณ. ร้านกาแฟเล็กๆแต่ความอบอุ่นล้นเหลือ Abracadabra //

แอดมินหญิง: ขอถามหน่อยค่ะ ชื่ออ่านออกเสียงยังไงอ่ะคะ
เจ้าของร้านชาย: อะ.บรา.บา.ดา.บรา ครับ
แอดมินหญิง: มันหมายถึงอะไรอ่ะคะ
เจ้าของร้านชาย: มันคือคาถาน่ะครับ
แอดมินหญิง: อ่อค่ะ


ร้านกาแฟที่ว่าเล็กมาเจอร้านนี้บอกเลยว่าชิดซ้ายครับ เพราะทั้งร้านมีอยู่สองโต๊ะเล็กๆ และ counter bar สำหรับไม่กี่คน แต่ขอบอกเลยว่าบรรยากาศอบอุ่นมากเลยครับ ได้อารมณ์แบบร้านในญี่ปุ่นที่มีสองสามีภรรยาดูแลกันเอง ซึ่งร้านนี้ก็ดูแลโดยเจ้าของร้านชายและเจ้าของหญิงที่ผมคิดเอาเองว่าเป็นสามีภรรยากัน และฝ่ายหญิงเองก็เป็นคนญี่ปุ่น นอกจากขนมและเครื่องดื่ม ร้านนี้ยังมีสินค้าออร์แกนนิกขายอีกด้วยนะ แถมยังมีมุมสำหรับถ่ายรูปได้อีกด้วย

เวลาเปิดปิดของร้าน
ร้านนี้เปิดทุกวันนะจ๊ะ แบ่งออกเป็นสองช่วงดังนี้
10.00 - 15.00 และ 17.00 - 20.00

เบอร์ติดต่อ 02.211.9390

และนี่คือบรรยากาศในร้าน






เครื่องดื่มที่สั่งก็มี
+ อเมริกาโน่ร้อน (Americano)
+ คาเฟ่ มอคค่า (Cafe Mocha)
+ สโคนกับแยมบลูเบอรี่



ด้วยตัวรสชาติของอาหารอาจจะดูด้อยไปนิดนึงเมื่อเทียบกับบรรยากาศ และวิถีของร้าน ที่เราจะเห็นเจ้าของร้านชายตั้งใจทำอย่างเต็มที่ มันเป็นเสน่ห์ของร้านนี้ที่ผมชื่นชอบมาก

สรุปร้านนี้ตอบโจทย์ที่ตั้งไว้มั้ย
+ นั่งนานชั่วโมงนึง .... ไม่ได้
+ มีที่ชาร์จแบตมั้ย .... ไม่มี
+ แล้วโอเคมั้ย .... โอเคมากครับ

Tips สำหรับมากินที่ร้าน Abracadabra
+ เมื่อเข้ามาในซอยแล้วให้เริ่มมองหาที่จอดเลย เพราะมีไม่มากเท่าไหร่
+ อย่านั่งนานเลย เพราะมีไม่กี่โต๊ะเอง แบ่งๆให้คนอื่นนั่งบ้าง
+ เจ้าของร้านชายบอกว่า อีกไม่นานจะเปิดขายพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยนะ

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561

งาน FOOD FESTIVAL @PALLADIUM


ศูนย์การค้า เดอะ พาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง ขอเชิญชวนทุกท่านร่วม ช้อป อิ่ม ฟิน กับร้านดัง เมนูเด็ด ในงาน FOOD FESTIVAL @PALLADIUM พบกับอาหารคาว - หวานหลากหลายเมนูกว่า 20 ร้านค้า ละลานตา กับสุดยอดอาหารชื่อดัง อาทิ ข้าวขาหมู, ข้าวเหนียวหมู, ยำแหนมสมุนไพร, ลูกชิ้นปิ้ง, กล้วยทอด-มันทอด, ถั่วอบพันธุ์เกษตรเคลือบน้ำอ้อย, ขมนเค้ก, ขนมไทยจากดอนหวาย, น้ำส้ม, น้ำมะพร้าว, น้ำผลไม้ปั่น, อาหารทะเลแปรรูป, สบู่หนังตอก, ของฝาก, น้ำหอมอโรม่า เป็นต้น

พบกัน ตั้งแต่วันที่ 22-28 ตุลาคม 2561
ณ ลาน โปรโมชั่น ชั้น 1 โซน A ศูนย์การค้า เดอะ พาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์
กรุณาติดต่อ : บริษัท เกรทไชน่า มิลเลนเนียม (ไทยแลนด์) จำกัด

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สถานที่เที่ยวใหม่พัทยา A' La Campagne (อะลาคอมปาณย์)

พัทยามีอะไรให้เที่ยวอ่ะ ??

รู้หรือไม่ว่าพักหลังนี้ พัทยา มีสถานที่เที่ยวใหม่ๆโผล่ขึ้นมาอีกเยอะแยะเลยนะ ถ้าใครผ่านไปที่พัทยาเหนือ คุณจะได้เห็นห้างขนาดใหญ่(มาก)ที่กำลังจะเปิดในเร็วๆนี้ นั่นคือ Terminal 21 แต่วันนี้เราไม่ได้พามาเที่ยวห้างกันนะฮะ แต่จะพาไปเที่ยวสัมผัสธรรมชาติกัน

// A' La Campagne (่อ่านว่า อะลาคอมปาณย์) //


A' La Campagne

ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะเรียกว่ามันเป็นสถานที่อะไรดี เพราะว่ามันมีทั้งร้านอาหาร ร้านชา ร้านขายของ และโซนกิจกรรม พูดง่ายๆสามารถมาเที่ยวได้ทั้งครอบครัวเลยฮะ .. เห็นว่าเขาย่อชนบทของยุโรปมาให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

TalkaTrip ไปโซนไหนมาบ้าง ?? 

เริ่มแรกเราจะพาไปโซนกิจกรรมก่อนเลยนะครับ โดยกิจกรรมที่เราเลือกมีดังนี้

+ ให้อาหารม้า
+ ให้อาหารแพะ
+ ... แต่ไม่ได้เก็บไข่นะครับ... ความเจ๋งก็คือ สามารถเอาไข่ที่เก็บไปให้เขาปรุงอาหารให้ก็ได้นะ (ลองเช็คดูก่อนนะไม่แน่ใจ 55)

ค่าเข้าน่ะเขาไม่คิด แต่ขอเก็บค่าอาหารให้น้องๆหน่อยละกัน แครอทของน้องม้า 20 บาท / หญ้าสำหรับแพะ 20 บาท / ข้าวของน้องไก่ 20 บาท


เมื่อเราซื้ออาหารสำหรับน้องๆเสร็จแล้ว เราก็จะต้องเดินผ่านโซนขายของก่อนนะครับ

A' La Campagne

A' La Campagne

เมื่อผ่านร้านเล็กๆนี้ก็จะไปสู่โซนต่างๆ

A' La Campagne

A' La Campagne

โซนสำหรับให้เด็กๆวิ่งเล่นก็มีนะ

A' La Campagne

เดินต่อมาเรื่อยๆก็มาเจอฟาร์มปลูกผัก

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

ผ่านจากโซนปลูกผักก็จะเจอบริเวณที่น้องม้า น้องแพะ น้องไก่ และน้องหมูอยู่กัน

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

เราเห็นแค่ตูดน้องหมู เพราะมันนอนหลบแดดอยู่ แล้วร่มเงาที่อาศัยอยู่นั้นคือฟาร์มไก่นั่นเอง

A' La Campagne

และเมื่อให้อาหารน้องๆเสร็จ ก็ได้เวลาให้อาหารตัวเองบ้างแล้ว โดยปกติแล้วเท่าที่เห็นคนอื่นรีวิว ร้านใน A' La Campagne ที่คนพูดถึงเยอะๆคือ ร้านส้มตำที่ชื่อ "ส้มตำ วิลล่า (Somtum Villa)" แต่เนื่องจากผมทานอาหารเช้ามาจากที่อื่นละ เลยไปอีกร้านนึงแทน คือ ร้าน "Tea Factory" มาฮะ TalkaTrip จะพาไปดื่มชากัน

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

ส่องดูเมนูกันหน่อย

A' La Campagne

A' La Campagne

A' La Campagne

ร้านนี้ดีมีรางวัลด้วยนะเออ

A' La Campagne

A' La Campagne

และนี่คือสิ่งที่สั่งมา เค้กสตอเบอรี่ ชา Six Senses of Floral (Best Seller) และ Cold Brew Tea

A' La Campagne

เค้กมีรสชาติที่ไม่หวานจนแสบคอ ทานง่ายมาก (และหมดเร็วด้วย) ส่วนชา Six Senses of Floral ที่เป็น Best Seller ของที่ Tea Factory ก็เป็นชาร้อนที่หอมดี มีวิธีการกินแบบผู้ดีชาวอังกฤษกันเลยทีเดียว

ส่วนตัวผมเองเป็นคนสั่ง Cold Brew Tea มากิน โดยปกติจะเคยกินแต่ Cold Brew Coffee หรือที่เป็นกาแฟ ครั้งนี้แหล่ะที่จะได้ลองกิน Cold Crew ที่เป็นชากันบ้าง ร้าน Tea Factory จะเสิร์ฟมาในรูปแบบขวดทรงเก๋ๆ


Cold Brew ก็คือ Cold ฺBrew ไม่ว่าจะเป็นกาแฟหรือชา มันก็นุ่มละมุมมากมาย อ่อ ถ้าใครอยากได้ขวดกลับบ้านก็จ่ายเพิ่มอีก 35 บาทนะครับ

A' La Campagne

ค่าเสียหายทั้งหมดอยู่ที่ 423.50 บาท ก็ไม่ถือว่าแพงอะไรมากมายนัก รสชาติชาก็ดีบวกกับบรรยากาศที่ใช่ ก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ กับการได้มาเที่ยวที่ A' La Campagne (อะลาคอมปาณย์) สถานที่เที่ยวใหม่ของเมืองพัทยา

คลิปสรุป สถานที่เที่ยวใหม่พัทยา A' La Campagne (อะลาคอมปาณย์)




ที่เที่ยวอื่นๆในพัทยามีอะไรบ้างนะ

Monster World & Aquarium
Underwater world pattaya
สุริยาแลนด์ (Suriya Land)

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561

มาสเตอร์การ์ดชี้ กรุงเทพฯ ครองแชมป์อันดับหนึ่งสุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของโลกติดต่อกันเป็นปีที่สาม จากผลสำรวจประจำปี 2561



สามเมืองท่องเที่ยวไทย กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ยกขบวนยึดตำแหน่งใน 20 อันดับต้น

ผลสำรวจสุดยอดจุดหมายปลายทางโลกของมาสเตอร์การ์ดฉบับที่ 7 ประจำปี 2561 (Mastercard Global Destination Cities Index, GDCI 2018) ระบุ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในผลการสำรวจทั่วโลกที่มีเมืองท่องเที่ยวถึงสามแห่งติดอยู่ใน 20 อันดับต้น ทั้งนี้อ้างอิงจากผลการสำรวจจากมาสเตอร์การ์ดที่เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้

ผลการสำรวจล่าสุดระบุว่า กรุงเทพฯ คือเมืองสุดยอดจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของโลกที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเยือนและพักแรมมากที่สุด ถือเป็นการครองอันดับหนึ่งครั้งที่ห้าในรอบหกปี (นับจากปี 2555) และเป็นการครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่สามแล้วสำหรับกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทยแห่งนี้ โดยในปีนี้มีภูเก็ตและพัทยาติดโผเข้ามาอยู่ใน 20 อันดับต้นด้วยเช่นกัน ในตำแหน่งที่ 12 และ 18 ตามลำดับ

ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ภูเก็ตได้ก้าวเข้ามาอยู่ใน 10 อันดับต้นในแง่ของมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่มีการรวมภูเก็ตและพัทยาเข้าไว้ในการสำรวจส่วนนี้ และมีการเพิ่มเมืองสำรวจจาก 132 เมืองในปี 2559 เป็น 162 เมืองในปี 2560

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพักแรมเป็นจำนวนสูงถึงกว่า 20 ล้านคน ทำให้กรุงเทพฯ สามารถเบียดลอนดอน (19.83 ล้านคน) ให้รั้งอันดับสองอีกครั้งเหมือนปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ชาติที่มาเยือนไทยมากที่สุดยังคงเป็นเหมือนเช่นปี 2560 ซึ่งก็คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

โดนัลด์ ออง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ของมาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “ความจริงที่ว่าไทยเป็นประเทศเดียวที่มีเมืองน่าเที่ยวถึงสามแห่งติดอยู่ในยี่สิบอันดับต้น ตอกย้ำถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพ การผสมผสานที่ลงตัวทั้งในเรื่องงานและการพักผ่อน รวมไปถึงเสน่ห์ในวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยที่ใครๆ ต่างหลงใหล ยิ่งกว่านั้น ความพยายามจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือหน่วยงานกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในการรักษาระดับการเติบโตที่เหนือกว่ามาตรฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้ต่อเนื่องต่อไป”

“ประเทศไทยมีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกหลายรายการในปีที่ผ่านมา และรัฐบาลไทยได้ขยายข้อยกเว้นให้แก่นักท่องเที่ยวที่พักระยะสั้น และมีการเพิ่มจุดตรวจคนเข้าเมืองพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่น่าจะแพงเท่าเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น ปารีส สิงคโปร์ หรือกรุงโซล เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้กรุงเทพฯ ยังคงครองอันดับหนึ่งสุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของโลก และเราก็รู้สึกดีใจที่ปีนี้ภูเก็ตได้ก้าวเข้ามาอยู่ในสิบอันดับต้นร่วมกับกรุงเทพฯ เมื่อพิจารณาจากจำนวนเงินจากการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว”

ทุกเมืองจุดหมายปลายทางทั้งสิบอันดับต้นในการสำรวจของปี 2560 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักแรมเพิ่มขึ้นทั้งหมด ยกเว้นในกรุงโซลที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่พักแรมลดลง แต่การคาดการณ์ในปี 2561 นั้น ระบุว่าทุกเมืองน่าจะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อิสตันบูล ซึ่งน่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากที่สุด


การใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวในแต่ละเมืองนั้นไม่เท่าเทียมกัน ดูไบยังคงเป็นที่หนึ่งสำหรับเมืองที่นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายเงินมากที่สุดเมื่อพักค้างคืนโดยเฉลี่ยต่อวันต่อคนอยู่ที่ 537 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (หรือราวๆ 17,500 บาท) ตามมาด้วยเมืองเมกกะ ในซาอุดิอาราเบียซึ่งติดอันดับเป็นครั้งแรกในลำดับที่สอง และน้องใหม่อีกสองเมืองคือ ปัลมา เด มายอร์กาในสเปน และภูเก็ตของไทย และในบรรดาเมืองที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดนั้น อิสตันบูลกลับเป็นเมืองที่ นักท่องเที่ยวใช้จ่ายต่อวันต่ำสุดอยู่ที่ 108 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (หรือราวๆ 3,500 บาท) เท่านั้น



“การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเศรษฐกิจสังคมเมืองยุคใหม่ในหลายๆ แห่ง เพราะช่วยยกระดับเศรษฐกิจและเติมเต็มความพึงพอใจให้ทั้งผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองและผู้มาเยือน หลายๆ เมืองจึงต้องเร่งยกระดับมาตรฐานในการหาสิ่งแปลกใหม่ที่จะมอบให้ทั้งความทรงจำและประสบการณ์ดีๆ แก่นักท่องเที่ยว” มิเกล กามิญโญ จูเนียร์ รองประธานฝ่ายบริหารเมืองสากลของมาสเตอร์การ์ดกล่าว “เราร่วมมือกับหลายๆ เมืองทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้ข้อมูลเชิงลึกและมีเทคโนโลยีที่ช่วยดึงดูดและอำนวยความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว พร้อมๆ ไปกับรักษาเอกลักษณ์ที่ทำให้จุดหมายปลายทางนั้นๆ มีความพิเศษที่ดึงดูดให้ผู้คนมาเยือนตั้งแต่แรก”

ไม่ว่าเหตุผลของการเดินทางจะเป็นเรื่องงาน หรือการพักผ่อน มาสเตอร์การ์ดได้ร่วมมือกับพันธมิตรมากมาย ทั้งในส่วนของ การท่องเที่ยว การวางแผนเมือง ธนาคาร รวมถึงร้านค้าต่างๆ ทั่วโลก และในไทย เพื่อที่จะ

·       บ่งชี้และช่วยการบริหารจัดการสิ่งต่างๆ ที่ท้าทายชีวิตคนเมืองด้วยโซลูชั่นด้านดิจิตัลและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ   เมื่อไม่นานนี้ มาสเตอร์การ์ดได้เปิดตัว City Possible ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับสากลสำหรับเมือง สถาบันวิจัย และองค์กรธุรกิจในภาคเอกชน เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่อาจส่งผลถึงหลายฝ่ายผ่านความร่วมมือและประสานงานกัน

·       ให้การเข้าถึงบริการสำคัญๆ ในเมืองต่างๆ เป็นเรื่องง่าย อาทิ บริการขนส่งมวลชน ในกว่า 100 เมือง (และเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ) ที่ให้นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่สามารถใช้บัตรมาสเตอร์การ์ดที่มีอยู่แล้วชำระค่าเดินทางได้ทันทีด้วยเทคโนโลยีของมาสเตอร์การ์ด

·       ให้ผู้คนได้เดินทางท่องโลกด้วยความอุ่นใจ โดยมอบแผนการเดินทางที่สะดวกสบาย พร้อมการเชื่อมต่อที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด สู่จุดหมายปลายทางได้อย่างไร้กังวล ด้วยการตอบรับที่ดีจากผู้ค้าหลายล้านแห่งทั่วโลก

·       สร้างประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ด้านอาหาร บันเทิง และการช้อปปิ้ง ในเมือง Priceless Cities 42 แห่งทั่วโลก รวมถึง กรุงเทพฯ ลอนดอน ปารีส และอีกมากมายในรายการ




เกี่ยวกับดัชนีผลสำรวจสุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของโลกโดยมาสเตอร์การ์ด

ดัชนีมาสเตอร์การ์ดสำหรับเมืองจุดหมายปลายทางของโลก เป็นการจัดลำดับเมืองต่างๆ โดยวัดจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้าที่มีการพักค้างคืนทั้งหมด รวมถึงการใช้จ่ายข้ามพรมแดนในเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกันนี้ในปี 2560 พร้อมคาดการณ์ถึงจำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราการเติบโตที่จะเกิดขึ้นในปี 2561

การวิเคราะห์ข้อมูลด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้าที่มีการพักค้างคืน ตลอดจนข้อมูลด้านการใช้จ่ายข้ามพรมแดนของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ในเมืองจุดหมายปลายทางทั้ง 162 แห่ง เป็นการอ้างอิงมาจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

การคาดการณ์นี้อ้างอิงจากพยากรณ์การท่องเที่ยวของแต่ละประเทศและนำข้อมูลที่ได้มาถ่วงน้ำหนักเพื่อหาค่าเฉลี่ย ร่วมกับข้อมูลจริงที่รวบรวมได้ในแต่ละเดือนจากเมืองต่างๆ ในปี 2561 ซึ่งจะเป็นข้อมูลถึงเดือนล่าสุดก่อนเดือนที่มีการออกรายงาน

ดัชนีและรายงานที่มาพร้อมกันนี้มิได้อ้างอิงจากยอดขายหรือข้อมูลทางธุรกรรมของมาสเตอร์การ์ด

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561

เที่ยวญี่ปุ่น 2018 แฟมิลี่ทริปครับผม วันที่ 3


ตามกำหนดการแล้ว วันนี้จะเป็นวันที่เราจะไปเที่ยวตามวัด วัด วัด แล้วก็วัด มาดูกันว่า TalkaTrip จะพาไปวัดไหนบ้างวันนี้ครับ

- 25 มีนาคม 2561 : เที่ยวญี่ปุ่น 2018 -

วัดแรกที่ไปคือ Hōkoku-ji (วัดโฮโคคุจิ) วัดนี้มีจุดเด่นที่สวนไผ่ครับ



วัดโฮโคคุจิ (Hōkoku-ji) เป็นวัดเก่าแกนิกายเซน เป็นที่รู้จักดีว่าเป็นวัดที่มีสวนไผ่ที่สวยงาม

ค่าเข้าชม: 
แบบธรรมดา 200 เยน 
แบบมีที่นั่งชมสวนไผ่ พร้อมชาเขียวราคา 500 เยน

เวลาเปิด-ปิด: 9.00 - 16.00
















ที่ที่สองที่เราไปก็คือ Tsurugaoka Hachimangū (ศาลเจ้าทสึรุงะโอกะฮาจิมังงู )

บริเวณศาลเจ้าไม่มีค่าเข้า
ส่วนของพิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าอยู่ที่ 200 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 5:00 - 21:00 น.

ช่วงตุลาคม - มีนาคม: 6:00 - 21:00 น.


ศาลเจ้านี้มีประตูแดงตั้งอยู่ใจกลางแยกของถนน ทางเดินเข้าวัดจะต้องข้ามสะพานเล็กๆแล้วจะมาเจอต้นไม้ทรงแปลกๆเหมือนเปลวไฟ ตามทางเดินแน่นอนก็จะต้องมีของขายตามทาง ทายซิว่าโดนอะไรมั้ย ... ดูจากภาพได้เลยครับ













และเนื่องจากตั้งแต่เช้ามานี้ผมยังไม่ได้ดื่มกาแฟเลยสักแก้ว ตอนต้นๆทางเข้าผมแอบเห็นร้านกาแฟอยู่ร้านนึง เลยขอจัดสักหน่อย







เจ้าคุณพ่อกับไอติมของเขา


เมื่อสมาชิกกลับมากันครบแล้ว ก็ถึงเวลามื้อเที่ยงกันล่ะ และด้วยความหิวนั่นเอง ทำให้เราต้องหาอะไรทานในบริเวณนั้น และเราก็มาเจอร้านเล็กๆที่อยู่ในซอย ถามว่าเล็กขนาดไหน เอาเป็นว่าครอบครัวผมเข้าไปก็นั่งกันเต็มร้านแล้วครับ เป็นร้านที่ดูแลด้วยตัวคนเดียวเลย




หลังจากมื้อเที่ยงแสนอร่อย เราก็ยังคงเดินเล่นกันต่อแบบไม่เหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด เอาจริงๆคือ ยังไม่ถึงเวลานัดรถน่ะครับ เลยไม่มีอะไรทำก็ต้องเดินไปเรื่อยๆ เข้าซอยนั้นซอยนี้




ศาลเจ้าถัดมาหลังจากท้องอิ่มก็คือ Sasuke Inari Shrine (ศาลเจ้าซาสุเกะ อินาริ)

ไม่เสียค่าเข้าชม
เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 – 17:00 น.


ศาลเจ้าซาสุเกะ อินาริ หรือ ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงแห่งคามาคูระ เป็นศาลเจ้าในลัทธิดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างลัทธิชินโต










ไปต่อกันที่วัด Kōtoku‐in (วัดโคโตคุอิน)

ค่าเข้าชม: ทั่วไป และนักเรียน (อายุ 13-18) 200 เยน
นักเรียน (อายุ 6-12) 150 เยน
เวลาเปิด-ปิด: เมษายน - กันยายน 8:00 น. - 17. 30 น

เดือนตุลาคมถึงมีนาคม 8:00 น. - 17.00 น.



จัดได้ว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองคามาคุระ (Kamakura) เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าใครก็ต้องถ่ายภาพของพระพุทธรูปไดบุตสึ หรือที่เรียกกันติดปากว่าพระใหญ่ (Daibutsu) จากที่นี่ พระพุทธรูปองค์นี้สูง 13.35 เมตร หนักประมาณ 93 ตัน พระใหญ่ของคามาคุระนั้นนับว่าเป็นองค์พระที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากองค์พระที่วัดโทไดจิ (Todaiji) แห่ง นารา (ซึ่งผมยังไม่เคยไป แปะไว้ก่อนนะ) 

อ่อ วัดนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยด้วยนะ ไม่เชื่อดูรูปด้านล่างนี้ได้เลย










และแล้วก็มาถึงวัดสุดท้ายของทริปนี้แล้วครับ นั่นคือวัด Hase‐dera (วัดฮาเซเดระ)

ค่าเข้าชม : 300 เยน
เวลาเปิด – ปิด : 8:00 – 17:30 น. และ

ในช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ :  8:00 – 17:00 น.



วัดฮาเซเดระ หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า วัดเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิม  11 เศียรที่แกะสลักจากไม้ มีความสูงประมาณ 9.18 เมตร ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเขาไม่ให้ถ่ายรูป 















เป็นอันจบทริปไว้พระสำหรับวันนี้แล้วครับ ส่วนวันพรุ่งนี้จะเป็นวัน Free day ของผม เป็นวันที่ผมแยกเที่ยวกับครอบครัว เนื่องจากผมและภรรยาจะต้องบินกลับประเทศไทยก่อนครอบครัว 1 วัน เพราะไม่อยากลาหลายวันจนเกินไป พรุ่งนี้ผมก็เลยขอแยกออกไปหาซื้อของฝากกลับบ้านครับ

มาดูบทสรุป เที่ยวญี่ปุ่น 2018 แฟมิลี่ทริปครับผม วันที่ 3

Disqus for Talk a Trip

 
Back To Top